
เรื่องราวเบื้องหลังไท่กั๋วผิ่น
"Every brand has a beginning.
TAI GUO PIN began with friendship, curiosity, and three Thai fruits."
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว
ทุกแบรนด์ล้วนมีจุดเริ่มต้นของตัวเอง...บางแบรนด์ถือกำเนิดขึ้นจากโรงงาน บางแบรนด์เริ่มต้นจากห้องประชุม แต่เรื่องราวของไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) เริ่มขึ้นจากมิตรภาพของนักศึกษาเพื่อนซี้สองคนในมหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งหนึ่งบนถนนบางนา–ตราด ประเทศไทย
ผู้ก่อตั้งคนหนึ่งคือ “เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาบางครุ” นักศึกษาสาวชาวไทย ลูกครึ่งไทย-เกาหลี-จีน-ไต้หวัน ผู้หลงใหลภาษาและวัฒนธรรมจีน และอีกคนคือ “คาร์ล” นักศึกษาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เดินทางมาศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจในประเทศไทย
ทั้งสองพักอยู่คนละฝั่งของหอพัก เจนนี่อยู่หอพักหญิง ส่วนคาร์ลอยู่หอพักชาย แม้จะเติบโตมาจากคนละประเทศ แต่ต่างก็เป็นลูกคนเดียวที่ต้องจากบ้านมาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน
ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เจนนี่มักหอบหนังสือไปนั่งทำการบ้านที่ห้อง Study Room ก่อนจะขอให้คาร์ลช่วยอธิบายภาษาจีนที่ยังไม่เข้าใจ ส่วนคาร์ลก็ได้เรียนรู้ประเทศไทยผ่านสายตาของเพื่อนคนหนึ่งที่รักบ้านเกิดอย่างสุดหัวใจ
เจนนี่พาคาร์ลไปรู้จักประเทศไทยในแบบที่หนังสือนำเที่ยวไม่เคยเล่า ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง ตลาด วัด ชุมชนเล็ก ๆ ไปจนถึงสถานปฏิบัติธรรม ขณะที่คาร์ลก็แบ่งปันภาษา วัฒนธรรม และมุมมองของชาวจีนให้กับเจนนี่ ทั้งสองเติบโตไปพร้อมกับมิตรภาพที่เกิดจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มากกว่าจากตำราในห้องเรียน


“ทุกแบรนด์มีจุดเริ่มต้นของตัวเอง ส่วนไท่กั๋วผิ่นเริ่มต้นจากมิตรภาพ”

ครัวกลางในหอพักนักศึกษาใต้สนามบาสเกตบอล
วันหนึ่ง ทั้งสองคนตั้งคำถามง่าย ๆ ข้อหนึ่งว่า “ทำไมผลไม้ไทยที่อร่อยที่สุด จึงเก็บไว้รับประทานได้นานไม่ได้”
ในเวลานั้น มะม่วงสุก มะพร้าวสด และทุเรียนหมอนทอง คือผลไม้ที่ทั้งคู่ชื่นชอบ แต่ตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยเกือบหนึ่งชั่วโมง การออกไปซื้อผลไม้จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทุกวัน
ใต้สนามบาสเกตบอลของหอพัก มีครัวส่วนกลางเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครใช้งาน สถานที่ธรรมดาแห่งนั้น กลายเป็นห้องทดลองแห่งแรกของไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) ทั้งสองเริ่มทดลองอบมะม่วง คั่วและอบมะพร้าว รวมถึงทอดทุเรียน เพื่อเก็บรักษารสชาติของผลไม้ไทยให้อยู่ได้นานขึ้น โดยยังคงรสชาติและเอกลักษณ์ไว้ให้มากที่สุด
ในตอนนั้นไม่มีใครเป็นเชฟ...ไม่มีใครทำอาหารเก่ง...มะพร้าวไหม้ไปหลายกระทะ มะม่วงอบบางทีแห้งจนไม่เหลือความหวาน ทุเรียนบางชุดทอดจนสีเข้มเกินไป แต่ทุกความผิดพลาดกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และกลายเป็นบทเรียนหลังเลิกเรียนในทุก ๆ วัน
เมื่อเพื่อน ๆ ในหอพัก เชฟจำเป็นจากหลายจังหวัดของประเทศไทยเห็นความพยายาม หลายคนก็เข้ามาช่วยแบ่งปันภูมิปัญญาการถนอมอาหารจากครอบครัวของตนเอง ครัวเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอลจึงค่อย ๆ กลายเป็นห้องทดลองที่เต็มไปด้วยความร่วมมือ มิตรภาพ และการเรียนรู้
หลายเดือนผ่านไปพร้อมกับการลองผิดลองถูกครั้งแล้วครั้งเล่า...จนในที่สุด ทั้งสองก็ได้รสชาติที่ตามหามาตลอด
มะม่วงอบนุ่ม มะพร้าวอบกรอบ และทุเรียนทอดกรอบชุดแรก จึงถือกำเนิดขึ้นจากครัวเล็ก ๆ แห่งนั้น
“คุณภาพของเรา ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ
แต่เกิดจากการไม่ยอมแพ้ต่อความผิดพลาด”
เมื่อผลไม้ไทยเริ่มออกเดินทาง
ผลไม้ชุดแรกไม่ได้ถูกนำไปขาย...แต่ถูกแบ่งปัน...แบ่งปันให้เพื่อน ๆ ที่ช่วยกันทดลอง ช่วยชิม และช่วยให้คำแนะนำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ไม่นานนัก เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนในหอพัก และนักศึกษาจากหลากหลายประเทศก็เริ่มรู้จักผลไม้แปรรูปของเรา ทุกความคิดเห็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
เมื่อถึงช่วงปิดภาคเรียน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...เพื่อนหลายคนขอให้เราช่วยผลิตเพิ่ม เพราะอยากนำกลับไปฝากครอบครัวที่ประเทศของตนเอง และเพื่อนชาวไทยก็อยากนำกลับไปฝากคนที่บ้านเช่นกัน
ผลไม้จากครัวกลางเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอล จึงเริ่มออกเดินทางสู่หลากหลายประเทศ ผ่านกระเป๋าเดินทางของเพื่อนนักศึกษาจากทั่วทุกมุมโลก
นั่นคือครั้งแรกที่เราตระหนักว่า...รสชาติของผลไม้ไทย สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้ แม้จะเติบโตมาในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเพียงใดก็ตาม

“ผลไม้ชุดแรกของเรา ไม่ได้ถูกนำไปขาย
แต่ถูกแบ่งปันให้เพื่อน ๆ นำกลับบ้านไปฝากครอบครัวในช่วงปิดเทอม”

จากมิตรภาพสู่ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN)
หลังสำเร็จการศึกษา เส้นทางของทั้งสองเริ่มแตกต่างกัน...
คาร์ลทำงานในประเทศไทยอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนเดินทางกลับประเทศจีน และปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้านเครื่องมือแพทย์ที่ได้เดินทางพบผู้คนทั่วโลกตามความฝันของเขา
ส่วนเจนนี่เลือกปักหลักอยู่ในประเทศไทย เธอได้สั่งสมประสบการณ์ด้านการจัดซื้อสินค้าโมเดิร์นเทรดและการบริหารแบรนด์กับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ก่อนจะย้อนกลับมานึกถึงความทรงจำในครัวเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอล
ด้วยกำลังใจจากคาร์ลและเพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัย เธอจึงก่อตั้ง ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) ขึ้นอย่างจริงจัง
เธอเชื่อว่าผลไม้ไทยมีคุณค่ามากกว่าการเป็นของฝาก และเชื่อว่าหากสร้างสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ผู้คนจะเป็นผู้บอกต่อแบรนด์ด้วยตัวเอง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) จึงเติบโตจากความไว้วางใจของลูกค้า มากกว่างบประมาณด้านการตลาด
“เราพึ่งจะเริ่มมี Billboard และเพลงของไท่กั๋วผิ่นในซุปเปอร์มาร์เก็ตในปีที่ 10
และเราเลือกลงทุนกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา”
สิ่งที่เราเชื่อ
สำหรับเรา ผลไม้ไทยไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตร...แต่เป็นผลลัพธ์ของธรรมชาติ ภูมิปัญญา และความตั้งใจของเกษตรกรไทยจำนวนมาก
การแปรรูปที่ดี ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวตนของผลไม้ แต่คือการเก็บรักษาสิ่งที่ดีที่สุดของผลไม้ไว้ พร้อมเพิ่มคุณค่าให้สามารถเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม
คุณภาพจึงไม่ใช่เพียงมาตรฐานการผลิต หากคือการให้เกียรติผู้ปลูก ผู้ผลิต คู่ค้า และผู้บริโภคทุกคน
ทุกวันนี้ ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) ยังคงทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง และผู้คนที่ร่วมเติบโตมาด้วยกัน นักลงทุนจำนวนไม่น้อยก็เป็นเพื่อนจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่เชื่อมั่นในความตั้งใจของเจนนี่มาตลอดหลายสิบปี
เราอาจเรียกที่นี่ว่าบริษัท...แต่หลายครั้ง เรากลับรู้สึกว่าที่นี่เหมือนโรงเรียนมากกว่า เพราะทุกวัน เรายังคงเรียนรู้ ทดลอง พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกัน

“เราอาจเรียกที่นี่ว่าบริษัท แต่สำหรับพวกเรา
ที่นี่คือโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

ความตั้งใจที่ไม่เคยเปลี่ยน
ไม่มีใครในวันนั้นคิดว่า ครัวเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอล จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่วันนี้วางจำหน่ายในร้านค้ากว่า 700 แห่งทั่วประเทศไทย และกำลังเดินทางส่งออกไปสู่ผู้บริโภคในอีกหลายประเทศทั่วโลก
แต่ไม่ว่าไท่กั๋วผิ่นจะเติบโตเพียงใด เหตุผลที่ทำให้เราเริ่มต้นไม่เคยเปลี่ยน
เราเชื่อว่าผลไม้ไทยที่ดีที่สุด ไม่ควรเป็นเพียงของฝากจากการเดินทาง หากควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนทั่วโลกเลือกซื้อด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพ และจดจำในฐานะหนึ่งในรสชาติของประเทศไทย
ทุกครั้งที่มีใครเปิดซอง TAI GUO PIN ไม่ว่าจะอยู่ที่กรุงเทพฯ โตเกียว ฮ่องกง ปักกิ่ง ซิดนีย์ ลอนดอน ปารีส ซูริก นิวยอร์ก หรือที่ใดในโลก
เราหวังว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับ จะไม่ใช่เพียงรสชาติของผลไม้ไทย...แต่จะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้คนมากมาย ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต เพื่อนร่วมทาง และมิตรภาพที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้น
เพราะสำหรับเรา จุดหมายที่แท้จริงไม่ใช่การเติบโตของแบรนด์เพียงอย่างเดียว...แต่คือการพาผลไม้ไทย คุณค่าของเกษตรกรไทย และความภาคภูมิใจในประเทศไทย เดินทางไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“เราไม่ได้มุ่งมั่นเพียงสร้างแบรนด์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก
แต่ตั้งใจเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย
นำความสำเร็จกลับมาสร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพของผู้คน
และส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อร่วมสร้างประเทศไทยและประชาคมโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน"
เจนนิเฟอร์และคาร์ล
ในวันเริ่มแรก
ของไท่กั๋วผิ่น

ตำนานแห่งไท่กั๋วผิ่น


จากสูตรลับดั้งเดิมในการแปรรูปผลไม้ไทยของเพื่อนร่วมชั้นชาวไทยและชาวจีนที่ช่วยกันทดลองถนอมอาหารกัน ภายในครัวชั้นใต้ดิน ใต้สนามบาสของหอพักมหาวิทยาลัยนานาชาติย่านถนนบางนา-ตราดในประเทศไทยแห่งหนึ่ง สองเพื่อนสนิทที่พักอยู่หอพักหญิงและหอพักชายฝั่งตรงข้ามกัน
"เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาบางครุ" สาวลูกครึ่งไทย-เกาหลี-จีน-ไต้หวัน ย้ายถิ่นฐานจากบ้านที่อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มา ร่ำเรียนคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาจีนธุรกิจ และ "คาร์ล" หนุ่มจีนจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาร่ำเรียนคณะบริหารธุรกิจที่ประเทศไทย
เจนนี่ผู้ไม่ประสีประสาการพูดภาษาจีน แม้จะถูกเคี่ยวเข็ญให้เรียนมาตั้งแต่อนุบาล 1 แต่เติบโตมากับครอบครัวชาวไทยตลอดเวลา ทำให้ในขณะนั้นภาษาจีนของเจนนี่ยังอ่อนแอยิ่งนัก เจนนี่มักจะทำการบ้านภาษาจีนไม่ค่อยได้ ต้องรบกวนหนุ่มคาร์ลผู้พูดภาษาจีนได้โดยกำเนิด ให้เพื่อนรักลงมาสอนการบ้านที่ห้อง Study Room อยู่เสมอทุกค่ำ และเจนนี่ก็คอยพาคาร์ลไปเปิดหูเปิดตาสอนวัฒนธรรมไทย พาไปกินแบบไทย ไปอยู่แบบไทย พาไปสถานปฏิบัติธรรม พาไปท่องราตรี นับว่าพาทัวร์ทั่วไทยเป็นการตอบแทนน้ำใจเพื่อน ส่วนคาร์ลก็พยายามสอนวัฒนธรรมจีนโดยเปรียบเทียบกันกับวัฒนธรรมของชาวอเมริกันและชาวยุโรปฝั่งตะวันตกให้อยู่เสมอจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันประจำหอพัก เนื่องจากคาร์ลพูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก และต่างคนต่างเป็นลูกโทน ที่จากบ้านมาไกล และศึกษาในระดับปริญญาตรีเหมือนกัน
ต่อมาวันหนึ่งเจนนี่และคาร์ลเกิดความคิดว่า อยากจะเก็บผลไม้ไทยที่มีรสชาติอร่อยมาก ๆ คือ มะม่วง มะพร้าวและทุเรียนไว้ทานกันในหอพักเป็นเวลานาน ๆ ไม่ปล่อยให้เน่าเสียไปก่อน เพราะระยะทางจากหอพักไปซุปเปอร์มาร์เก็ตและตลาดที่ใกล้ที่สุดต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีนับว่าไกลมาก ประกอบกับที่หอพักจะมีห้องครัวส่วนกลางให้นักศึกษาจากหอพักชายและหอพักหญิงสามารถลงไปใช้งานร่วมกันได้ แต่ไม่ค่อยมีคนลงไปใช้ พวกเราจึงใช้ครัวกลางชั้นใต้ดินของหอพักที่อยู่ใต้สนามบาสเกตบอลเป็น Lab ทดลอง โดยการนำมะม่วงมาอบแห้ง นำมะพร้าวมาคั่วและอบกรอบ นำทุเรียนมาทอดกรอบเพื่อลดกลิ่นและเก็บไว้ทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยเจนนี่และคาร์ลพัฒนาสูตรอยู่หลายเดือน เนื่องจากทั้งคู่เป็นคนที่ประกอบอาหารไม่เป็นเลย ถนัดเล่นแต่คอมพิวเตอร์ จนประสบความสำเร็จและก่อกำเนิดเป็นสูตรลับที่ลงตัว อร่อยพิเศษในท้ายที่สุด
จากนั้นเจนนี่และคาร์ลก็เริ่มนำไปแจก แบ่งปันให้แก่เพื่อน ๆ ในหอพักและเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนให้ลองชิมกันก่อน ต่อมาเริ่มแพร่หลายแบบปากต่อปาก เพื่อนชาวไทย เพื่อนชาวจีนและเพื่อนนานาชาติในมหาวิทยาลัยล้วนชื่นชอบและประทับใจในรสชาติที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเมื่อถึงเวลาปิดภาคเรียน เนื่องจากเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนานาชาติที่ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อน ๆ ต่างก็มาขอให้พวกเราช่วยผลิตผลไม้แปรรูปให้ เพราะอยากจะหิ้วกลับบ้านที่เมืองเกิดของตน เพื่อนำไปฝากครอบครัวทั่วทุกมุมโลก เราจึงต้องคิดค้นบรรจุภัณฑ์พิเศษที่เหมาะสมต่อการขนกลับประเทศให้เพื่อน ๆ ตามมาด้วย
หลังสำเร็จการศึกษาคาร์ลทำงานอยู่ในประเทศไทยพักหนึ่ง ต่อมาตัดสินใจอยากเปลี่ยนไปทำงานในประเทศจีนและเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก ปัจจุบันเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเครื่องมือแพทย์ที่ได้เดินทางไปเจรจาธุรกิจรอบโลก เป็น Frequent Flyer สมใจ ส่วนเจนนี่ผู้รักเมืองไทยและความเป็นไทยปักหลักเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กเป็นรูปเป็นร่างอย่างแทบจะไม่มีการตลาดใด ๆ แต่มีกลับลูกค้าชื่นชอบในรสชาติของสินค้ามากขึ้น ๆ ในทุก ๆ วัน และค่อย ๆ กระจายฐานการผลิต และฐานการจัดจำหน่ายออกไปอย่างกว้างขวาง ธุรกิจของไท่กั่วผิ่นใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเหนือความคาดหมายอย่างรวดเร็ว จากความใส่ใจและความตั้งใจ ตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งวันนี้ที่เราตัดสินใจให้โลกาภิวัตน์แบ่งปันความสุขของรสชาติเหนือระดับแบบไทยกับมวลมนุษยชาติอย่างไม่หยุดยั้ง
"ไท่ กั๋ว ผิ่น" ในปัจจุบันยังคงเป็นกิจการที่เจนนี่ชวนเพื่อน ๆ สมัยมัธยมศึกษา สมัยมหาวิทยาลัย และรุ่นพี่รุ่นน้องมาช่วยกันทำงาน ช่วยกันดูแลความอร่อยด้วยใจ นับเป็นกิจการที่ทุก ๆ วันเหมือนพวกเราอยู่ในโรงเรียนมากกว่าบริษัทฯ เราช่วยกันศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุง พัฒนา และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักพร้อมหยาดเหงื่อในออฟฟิศกับเพื่อน ๆ ในทุก ๆ วัน จากนั้นตั้งใจว่าเราแบ่งกำไรจากรายได้ไปช่วยเหลือพัฒนาสังคมด้วยแรงกายและแรงใจของพวกเรา พวกเรามุ่งมั่นจะเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย เป็นความภาคภูมิใจในสินค้าไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมโลกทุกชาติพันธุ์ และพวกเราจะทุ่มเทใจเต็มร้อยเพื่อพัฒนาให้ "ไท่ กั๋ว ผิ่น" ก้าวไกลไปสู่เวทีโลก เฮ้!!!


WORLDWIDE SHIPPING!! WE DELIVERY TO YOUR DOOR...ALL OVER THE WORLD!!!

地址
联系我们
电话
在线商店
泰国泰光威现代贸易有限公司
地址:泰国,苏梅府,第5区,Bang Pheung区,
Phra Pradaeng县
邮编:10130
สำนักงานใหญ่
☎ (+66) 02-095-2777
ฝ่ายผลิต
📞 (+66) 093-809-9180
โรงงาน คลังสินค้า และโลจิสติกส์
📞 (+66) 093-809-9180
งานธุรการ บัญชี การเงิน และจัดซื้อ
📞 (+66) 093-809-9181
ฝ่ายขายในประเทศ
📞 (+66) 093-809-9185
เจ้าของบริษัท และฝ่ายขายต่างประเทศ
📞 (+66) 083-443-1177
电子邮件
งานธุรการ และเลขานุการ
✉️ Admin@Taiguopin.com
ฝ่ายขายในประเทศ
✉️ Sales@Taiguopin.com
ฝ่ายผลิต และโลจิสติกส์
✉️ Warehouse@Taiguopin.com
ฝ่ายขายปลีก
✉️ StoreManager@Taiguopin.com
ฝ่ายการเงิน
✉️ Finance@Taiguopin.com
ฝ่ายบัญชี
✉️ Accounting@Taiguopin.com
เจ้าของบริษัท และฝ่ายขายต่างประเทศ
✉️ Jennifer@Taiguopin.com
















