
เรื่องราวเบื้องหลังไท่กั๋วผิ่น
"Every brand has a beginning.
TAI GUO PIN began with friendship, curiosity, and three Thai fruits."
จุดเริ่มต้นของเรื่องราว
ทุกแบรนด์ล้วนมีจุดเริ่มต้นของตัวเอง...บางแบรนด์ถือกำเนิดขึ้นจากโรงงาน บางแบรนด์เริ่มต้นจากห้องประชุม แต่เรื่องราวของไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) เริ่มขึ้นจากมิตรภาพของนักศึกษาเพื่อนซี้สองคนในมหาวิทยาลัยนานาชาติแห่งหนึ่งบนถนนบางนา–ตราด ประเทศไทย
ผู้ก่อตั้งคนหนึ่งคือ “เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาบางครุ” นักศึกษาสาวชาวไทย ลูกครึ่งไทย-เกาหลี-จีน-ไต้หวัน ผู้หลงใหลภาษาและวัฒนธรรมจีน และอีกคนคือ “คาร์ล” นักศึกษาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ที่เดินทางมาศึกษาต่อด้านบริหารธุรกิจในประเทศไทย
ทั้งสองพักอยู่คนละฝั่งของหอพัก เจนนี่อยู่หอพักหญิง ส่วนคาร์ลอยู่หอพักชาย แม้จะเติบโตมาจากคนละประเทศ แต่ต่างก็เป็นลูกคนเดียวที่ต้องจากบ้านมาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน
ทุกเย็นหลังเลิกเรียน เจนนี่มักหอบหนังสือไปนั่งทำการบ้านที่ห้อง Study Room ก่อนจะขอให้คาร์ลช่วยอธิบายภาษาจีนที่ยังไม่เข้าใจ ส่วนคาร์ลก็ได้เรียนรู้ประเทศไทยผ่านสายตาของเพื่อนคนหนึ่งที่รักบ้านเกิดอย่างสุดหัวใจ
เจนนี่พาคาร์ลไปรู้จักประเทศไทยในแบบที่หนังสือนำเที่ยวไม่เคยเล่า ตั้งแต่ร้านอาหารริมทาง ตลาด วัด ชุมชนเล็ก ๆ ไปจนถึงสถานปฏิบัติธรรม ขณะที่คาร์ลก็แบ่งปันภาษา วัฒนธรรม และมุมมองของชาวจีนให้กับเจนนี่ ทั้งสองเติบโตไปพร้อมกับมิตรภาพที่เกิดจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน มากกว่าจากตำราในห้องเรียน


“ทุกแบรนด์มีจุดเริ่มต้นของตัวเอง ส่วนไท่กั๋วผิ่นเริ่มต้นจากมิตรภาพ”

ครัวกลางในหอพักนักศึกษาใต้สนามบาสเกตบอล
วันหนึ่ง ทั้งสองคนตั้งคำถามง่าย ๆ ข้อหนึ่งว่า “ทำไมผลไม้ไทยที่อร่อยที่สุด จึงเก็บไว้รับประทานได้นานไม่ได้”
ในเวลานั้น มะม่วงสุก มะพร้าวสด และทุเรียนหมอนทอง คือผลไม้ที่ทั้งคู่ชื่นชอบ แต่ตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยเกือบหนึ่งชั่วโมง การออกไปซื้อผลไม้จึงไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทุกวัน
ใต้สนามบาสเกตบอลของหอพัก มีครัวส่วนกลางเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครใช้งาน สถานที่ธรรมดาแห่งนั้น กลายเป็นห้องทดลองแห่งแรกของไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) ทั้งสองเริ่มทดลองอบมะม่วง คั่วและอบมะพร้าว รวมถึงทอดทุเรียน เพื่อเก็บรักษารสชาติของผลไม้ไทยให้อยู่ได้นานขึ้น โดยยังคงรสชาติและเอกลักษณ์ไว้ให้มากที่สุด
ในตอนนั้นไม่มีใครเป็นเชฟ...ไม่มีใครทำอาหารเก่ง...มะพร้าวไหม้ไปหลายกระทะ มะม่วงอบบางทีแห้งจนไม่เหลือความหวาน ทุเรียนบางชุดทอดจนสีเข้มเกินไป แต่ทุกความผิดพลาดกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และกลายเป็นบทเรียนหลังเลิกเรียนในทุก ๆ วัน
เมื่อเพื่อน ๆ ในหอพัก เชฟจำเป็นจากหลายจังหวัดของประเทศไทยเห็นความพยายาม หลายคนก็เข้ามาช่วยแบ่งปันภูมิปัญญาการถนอมอาหารจากครอบครัวของตนเอง ครัวเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอลจึงค่อย ๆ กลายเป็นห้องทดลองที่เต็มไปด้วยความร่วมมือ มิตรภาพ และการเรียนรู้
หลายเดือนผ่านไปพร้อมกับการลองผิดลองถูกครั้งแล้วครั้งเล่า...จนในที่สุด ทั้งสองก็ได้รสชาติที่ตามหามาตลอด
มะม่วงอบนุ่ม มะพร้าวอบกรอบ และทุเรียนทอดกรอบชุดแรก จึงถือกำเนิดขึ้นจากครัวเล็ก ๆ แห่งนั้น
“คุณภาพของเรา ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ
แต่เกิดจากการไม่ยอมแพ้ต่อความผิดพลาด”
เมื่อผลไม้ไทยเริ่มออกเดินทาง
ผลไม้ชุดแรกไม่ได้ถูกนำไปขาย...แต่ถูกแบ่งปัน...แบ่งปันให้เพื่อน ๆ ที่ช่วยกันทดลอง ช่วยชิม และช่วยให้คำแนะนำตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา
ไม่นานนัก เพื่อนร่วมชั้น เพื่อนในหอพัก และนักศึกษาจากหลากหลายประเทศก็เริ่มรู้จักผลไม้แปรรูปของเรา ทุกความคิดเห็นกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม
เมื่อถึงช่วงปิดภาคเรียน สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น...เพื่อนหลายคนขอให้เราช่วยผลิตเพิ่ม เพราะอยากนำกลับไปฝากครอบครัวที่ประเทศของตนเอง และเพื่อนชาวไทยก็อยากนำกลับไปฝากคนที่บ้านเช่นกัน
ผลไม้จากครัวกลางเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอล จึงเริ่มออกเดินทางสู่หลากหลายประเทศ ผ่านกระเป๋าเดินทางของเพื่อนนักศึกษาจากทั่วทุกมุมโลก
นั่นคือครั้งแรกที่เราตระหนักว่า...รสชาติของผลไม้ไทย สามารถสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้ แม้จะเติบโตมาในวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเพียงใดก็ตาม

“ผลไม้ชุดแรกของเรา ไม่ได้ถูกนำไปขาย
แต่ถูกแบ่งปันให้เพื่อน ๆ นำกลับบ้านไปฝากครอบครัวในช่วงปิดเทอม”

จากมิตรภาพสู่ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN)
หลังสำเร็จการศึกษา เส้นทางของทั้งสองเริ่มแตกต่างกัน...
คาร์ลทำงานในประเทศไทยอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนเดินทางกลับประเทศจีน และปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทด้านเครื่องมือแพทย์ที่ได้เดินทางพบผู้คนทั่วโลกตามความฝันของเขา
ส่วนเจนนี่เลือกปักหลักอยู่ในประเทศไทย เธอได้สั่งสมประสบการณ์ด้านการจัดซื้อสินค้าโมเดิร์นเทรดและการบริหารแบรนด์กับบริษัทชั้นนำหลายแห่ง ก่อนจะย้อนกลับมานึกถึงความทรงจำในครัวเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอล
ด้วยกำลังใจจากคาร์ลและเพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัย เธอจึงก่อตั้ง ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) ขึ้นอย่างจริงจัง
เธอเชื่อว่าผลไม้ไทยมีคุณค่ามากกว่าการเป็นของฝาก และเชื่อว่าหากสร้างสินค้าที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง ผู้คนจะเป็นผู้บอกต่อแบรนด์ด้วยตัวเอง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) จึงเติบโตจากความไว้วางใจของลูกค้า มากกว่างบประมาณด้านการตลาด
“เราพึ่งจะเริ่มมี Billboard และเพลงของไท่กั๋วผิ่นในซุปเปอร์มาร์เก็ตในปีที่ 10
และเราเลือกลงทุนกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ มากกว่าการแข่งขันด้านราคา”
สิ่งที่เราเชื่อ
สำหรับเรา ผลไม้ไทยไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตร...แต่เป็นผลลัพธ์ของธรรมชาติ ภูมิปัญญา และความตั้งใจของเกษตรกรไทยจำนวนมาก
การแปรรูปที่ดี ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงตัวตนของผลไม้ แต่คือการเก็บรักษาสิ่งที่ดีที่สุดของผลไม้ไว้ พร้อมเพิ่มคุณค่าให้สามารถเดินทางไปได้ไกลกว่าเดิม
คุณภาพจึงไม่ใช่เพียงมาตรฐานการผลิต หากคือการให้เกียรติผู้ปลูก ผู้ผลิต คู่ค้า และผู้บริโภคทุกคน
ทุกวันนี้ ไท่กั๋วผิ่น (TAI GUO PIN) ยังคงทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ รุ่นพี่ รุ่นน้อง และผู้คนที่ร่วมเติบโตมาด้วยกัน นักลงทุนจำนวนไม่น้อยก็เป็นเพื่อนจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยที่เชื่อมั่นในความตั้งใจของเจนนี่มาตลอดหลายสิบปี
เราอาจเรียกที่นี่ว่าบริษัท...แต่หลายครั้ง เรากลับรู้สึกว่าที่นี่เหมือนโรงเรียนมากกว่า เพราะทุกวัน เรายังคงเรียนรู้ ทดลอง พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกัน

“เราอาจเรียกที่นี่ว่าบริษัท แต่สำหรับพวกเรา
ที่นี่คือโรงเรียนแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต”

ความตั้งใจที่ไม่เคยเปลี่ยน
ไม่มีใครในวันนั้นคิดว่า ครัวเล็ก ๆ ใต้สนามบาสเกตบอล จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ที่วันนี้วางจำหน่ายในร้านค้ากว่า 700 แห่งทั่วประเทศไทย และกำลังเดินทางส่งออกไปสู่ผู้บริโภคในอีกหลายประเทศทั่วโลก
แต่ไม่ว่าไท่กั๋วผิ่นจะเติบโตเพียงใด เหตุผลที่ทำให้เราเริ่มต้นไม่เคยเปลี่ยน
เราเชื่อว่าผลไม้ไทยที่ดีที่สุด ไม่ควรเป็นเพียงของฝากจากการเดินทาง หากควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนทั่วโลกเลือกซื้อด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพ และจดจำในฐานะหนึ่งในรสชาติของประเทศไทย
ทุกครั้งที่มีใครเปิดซอง TAI GUO PIN ไม่ว่าจะอยู่ที่กรุงเทพฯ โตเกียว ฮ่องกง ปักกิ่ง ซิดนีย์ ลอนดอน ปารีส ซูริก นิวยอร์ก หรือที่ใดในโลก
เราหวังว่าสิ่งที่พวกเขาได้รับ จะไม่ใช่เพียงรสชาติของผลไม้ไทย...แต่จะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจของผู้คนมากมาย ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต เพื่อนร่วมทาง และมิตรภาพที่ทำให้เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้น
เพราะสำหรับเรา จุดหมายที่แท้จริงไม่ใช่การเติบโตของแบรนด์เพียงอย่างเดียว...แต่คือการพาผลไม้ไทย คุณค่าของเกษตรกรไทย และความภาคภูมิใจในประเทศไทย เดินทางไปได้ไกลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
“เราไม่ได้มุ่งมั่นเพียงสร้างแบรนด์ไทยให้ก้าวไกลสู่เวทีโลก
แต่ตั้งใจเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย
นำความสำเร็จกลับมาสร้างโอกาส พัฒนาศักยภาพของผู้คน
และส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อร่วมสร้างประเทศไทยและประชาคมโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน"
เจนนิเฟอร์และคาร์ล
ในวันเริ่มแรก
ของไท่กั๋วผิ่น

ตำนานแห่งไท่กั๋วผิ่น


จากสูตรลับดั้งเดิมในการแปรรูปผลไม้ไทยของเพื่อนร่วมชั้นชาวไทยและชาวจีนที่ช่วยกันทดลองถนอมอาหารกัน ภายในครัวชั้นใต้ดิน ใต้สนามบาสของหอพักมหาวิทยาลัยนานาชาติย่านถนนบางนา-ตราดในประเทศไทยแห่งหนึ่ง สองเพื่อนสนิทที่พักอยู่หอพักหญิงและหอพักชายฝั่งตรงข้ามกัน
"เจนนี่-เจนนิเฟอร์ มาบางครุ" สาวลูกครึ่งไทย-เกาหลี-จีน-ไต้หวัน ย้ายถิ่นฐานจากบ้านที่อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ มา ร่ำเรียนคณะศิลปศาสตร์ เอกภาษาจีนธุรกิจ และ "คาร์ล" หนุ่มจีนจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ สาธารณรัฐประชาชนจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาร่ำเรียนคณะบริหารธุรกิจที่ประเทศไทย
เจนนี่ผู้ไม่ประสีประสาการพูดภาษาจีน แม้จะถูกเคี่ยวเข็ญให้เรียนมาตั้งแต่อนุบาล 1 แต่เติบโตมากับครอบครัวชาวไทยตลอดเวลา ทำให้ในขณะนั้นภาษาจีนของเจนนี่ยังอ่อนแอยิ่งนัก เจนนี่มักจะทำการบ้านภาษาจีนไม่ค่อยได้ ต้องรบกวนหนุ่มคาร์ลผู้พูดภาษาจีนได้โดยกำเนิด ให้เพื่อนรักลงมาสอนการบ้านที่ห้อง Study Room อยู่เสมอทุกค่ำ และเจนนี่ก็คอยพาคาร์ลไปเปิดหูเปิดตาสอนวัฒนธรรมไทย พาไปกินแบบไทย ไปอยู่แบบไทย พาไปสถานปฏิบัติธรรม พาไปท่องราตรี นับว่าพาทัวร์ทั่วไทยเป็นการตอบแทนน้ำใจเพื่อน ส่วนคาร์ลก็พยายามสอนวัฒนธรรมจีนโดยเปรียบเทียบกันกับวัฒนธรรมของชาวอเมริกันและชาวยุโรปฝั่งตะวันตกให้อยู่เสมอจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันประจำหอพัก เนื่องจากคาร์ลพูดภาษาอังกฤษได้ในระดับดีมาก และต่างคนต่างเป็นลูกโทน ที่จากบ้านมาไกล และศึกษาในระดับปริญญาตรีเหมือนกัน
ต่อมาวันหนึ่งเจนนี่และคาร์ลเกิดความคิดว่า อยากจะเก็บผลไม้ไทยที่มีรสชาติอร่อยมาก ๆ คือ มะม่วง มะพร้าวและทุเรียนไว้ทานกันในหอพักเป็นเวลานาน ๆ ไม่ปล่อยให้เน่าเสียไปก่อน เพราะระยะทางจากหอพักไปซุปเปอร์มาร์เก็ตและตลาดที่ใกล้ที่สุดต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาทีนับว่าไกลมาก ประกอบกับที่หอพักจะมีห้องครัวส่วนกลางให้นักศึกษาจากหอพักชายและหอพักหญิงสามารถลงไปใช้งานร่วมกันได้ แต่ไม่ค่อยมีคนลงไปใช้ พวกเราจึงใช้ครัวกลางชั้นใต้ดินของหอพักที่อยู่ใต้สนามบาสเกตบอลเป็น Lab ทดลอง โดยการนำมะม่วงมาอบแห้ง นำมะพร้าวมาคั่วและอบกรอบ นำทุเรียนมาทอดกรอบเพื่อลดกลิ่นและเก็บไว้ทานอย่างเอร็ดอร่อย โดยเจนนี่และคาร์ลพัฒนาสูตรอยู่หลายเดือน เนื่องจากทั้งคู่เป็นคนที่ประกอบอาหารไม่เป็นเลย ถนัดเล่นแต่คอมพิวเตอร์ จนประสบความสำเร็จและก่อกำเนิดเป็นสูตรลับที่ลงตัว อร่อยพิเศษในท้ายที่สุด
จากนั้นเจนนี่และคาร์ลก็เริ่มนำไปแจก แบ่งปันให้แก่เพื่อน ๆ ในหอพักและเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนให้ลองชิมกันก่อน ต่อมาเริ่มแพร่หลายแบบปากต่อปาก เพื่อนชาวไทย เพื่อนชาวจีนและเพื่อนนานาชาติในมหาวิทยาลัยล้วนชื่นชอบและประทับใจในรสชาติที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเมื่อถึงเวลาปิดภาคเรียน เนื่องจากเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยนานาชาติที่ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน เพื่อน ๆ ต่างก็มาขอให้พวกเราช่วยผลิตผลไม้แปรรูปให้ เพราะอยากจะหิ้วกลับบ้านที่เมืองเกิดของตน เพื่อนำไปฝากครอบครัวทั่วทุกมุมโลก เราจึงต้องคิดค้นบรรจุภัณฑ์พิเศษที่เหมาะสมต่อการขนกลับประเทศให้เพื่อน ๆ ตามมาด้วย
หลังสำเร็จการศึกษาคาร์ลทำงานอยู่ในประเทศไทยพักหนึ่ง ต่อมาตัดสินใจอยากเปลี่ยนไปทำงานในประเทศจีนและเดินทางท่องเที่ยวรอบโลก ปัจจุบันเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเครื่องมือแพทย์ที่ได้เดินทางไปเจรจาธุรกิจรอบโลก เป็น Frequent Flyer สมใจ ส่วนเจนนี่ผู้รักเมืองไทยและความเป็นไทยปักหลักเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กเป็นรูปเป็นร่างอย่างแทบจะไม่มีการตลาดใด ๆ แต่มีกลับลูกค้าชื่นชอบในรสชาติของสินค้ามากขึ้น ๆ ในทุก ๆ วัน และค่อย ๆ กระจายฐานการผลิต และฐานการจัดจำหน่ายออกไปอย่างกว้างขวาง ธุรกิจของไท่กั่วผิ่นใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเหนือความคาดหมายอย่างรวดเร็ว จากความใส่ใจและความตั้งใจ ตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งวันนี้ที่เราตัดสินใจให้โลกาภิวัตน์แบ่งปันความสุขของรสชาติเหนือระดับแบบไทยกับมวลมนุษยชาติอย่างไม่หยุดยั้ง
"ไท่ กั๋ว ผิ่น" ในปัจจุบันยังคงเป็นกิจการที่เจนนี่ชวนเพื่อน ๆ สมัยมัธยมศึกษา สมัยมหาวิทยาลัย และรุ่นพี่รุ่นน้องมาช่วยกันทำงาน ช่วยกันดูแลความอร่อยด้วยใจ นับเป็นกิจการที่ทุก ๆ วันเหมือนพวกเราอยู่ในโรงเรียนมากกว่าบริษัทฯ เราช่วยกันศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุง พัฒนา และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักพร้อมหยาดเหงื่อในออฟฟิศกับเพื่อน ๆ ในทุก ๆ วัน จากนั้นตั้งใจว่าเราแบ่งกำไรจากรายได้ไปช่วยเหลือพัฒนาสังคมด้วยแรงกายและแรงใจของพวกเรา พวกเรามุ่งมั่นจะเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทย เป็นความภาคภูมิใจในสินค้าไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมโลกทุกชาติพันธุ์ และพวกเราจะทุ่มเทใจเต็มร้อยเพื่อพัฒนาให้ "ไท่ กั๋ว ผิ่น" ก้าวไกลไปสู่เวทีโลก เฮ้!!!


WORLDWIDE SHIPPING!! WE DELIVERY TO YOUR DOOR...ALL OVER THE WORLD!!!

ที่อยู่
ติดต่อฝ่ายผลิตหรือฝ่ายขาย
โทรศัพท์
ร้านค้าออนไลน์ (กำลังพัฒนา)
สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
บริษัท ไท่ กั๋ว พิ่น โมเดิร์น เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด สำนักงานใหญ่
เลขที่ 162 อาคารไท่กั๋วผิ่น ถนนสุขสวัสดิ์
แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ
กรุงเทพฯ 10140
โทร. 093-809-9185, 093-809-9181
สำนักพระประแดง สมุทรปราการ
เลขที่ 338 หมู่ที่ 5 อาคารไท่กั๋วผิ่น
ตำบลบางพึ่ง อำเภอพระประแดง
จังหวัดสมุทรปราการ 10130
โรงงานไท่กั๋วผิ่น ระยอง
เลขที่ 15/8 หมู่ 15 ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง 21000
โทร. 083-443-1177
สาขา/คลังสินค้าเขาหลัก จ.พังงา
เลขที่ 56/80 หมู่ที่ 5 ตำบล/แขวง คึกคัก อำเภอ/เขต ตะกั่วป่า จังหวัด พังงา 82220
โทร. 093-809-9180, 080-791-7159
สาขา/คลังสินค้าเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
เลขที่ 70/39 หมู่ 1 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84330
โทร. 083-443-1177
สำนักงานใหญ่
☎ (+66) 02-095-2777
ฝ่ายผลิต
📞 (+66) 093-809-9180
โรงงาน คลังสินค้า และโลจิสติกส์
📞 (+66) 093-809-9180
งานธุรการ บัญชี การเงิน และจัดซื้อ
📞 (+66) 093-809-9181
ฝ่ายขายในประเทศ
📞 (+66) 093-809-9185
เจ้าของบริษัท และฝ่ายขายต่างประเทศ
📞 (+66) 083-443-1177
อีเมล์
งานธุรการ และเลขานุการ
✉️ Admin@Taiguopin.com
ฝ่ายขายในประเทศ
✉️ Sales@Taiguopin.com
ฝ่ายผลิต และโลจิสติกส์
✉️ Warehouse@Taiguopin.com
ฝ่ายขายปลีก
✉️ StoreManager@Taiguopin.com
ฝ่ายการเงิน
✉️ Finance@Taiguopin.com
ฝ่ายบัญชี
✉️ Accounting@Taiguopin.com
เจ้าของบริษัท และฝ่ายขายต่างประเทศ
✉️ Jennifer@Taiguopin.com
















